เช้าวันนั้นฟ้าสดใส + ส่วนหัวใจตลอดวันตลอดคืน

มีคนมากดดัน หาว่าไดนี้มีกลิ่นเค็มๆ
บอกร้อยพันหมื่นแสนครั้ง
แม่นางนั้นเรียกพฤติกรรมนี้ว่า แช่อิ่ม มิใช่การ ดอง
ฉะนั้น ฉันใด ไม่มีวันเค็ม มีแต่ เปรี้ยวหวาน หวานเปรี้ยว และเปรี้ยวๆ หวานๆ
อาจเจือรสเผ็ด เค็ม นิดหน่อยจากพริกกะเกลือ
...

ร้านทำผมฝีมือดี for me สวยได้ในราคา ๔๐ บาท (พิเศษสำหรับฉัน)
หลังจากเพื่อนสาวนฤมลคนที่ทำตัวผ่าเหล่าผ่ากอ แยกตัวเป็นชนกลุ่มน้อย
แต่งงานแต่งการมีสามี ไม่เชื่อที่เพื่อนๆ บอกว่าอยู่เป็นโสดสนุกสนาน
ได้เดินทางกลับไปยังเมาะละแหม่ง เอ๊ย แม่สอด
ชีวิตหรรษาของดาริสาก็จบสิ้นลงอีกครั้ง
กลับมาจมปลักอยู่กับงาน งาน งาน และงาน
....
วันศุกร์พาป้าไปหาหมอ
กว่าจะเสร็จธุระก็ประมาณบ่ายสองโมงขาดนิดเกินหน่อย
กลับถึงบ้าน อาบน้ำ นอนกลิ้ง เพลียเหลือร้าย
...
เพื่อนสาวจากเจียงฮาย โทรมาแจ้งข่าว
ว่ากรุงเทพฯ ของเธอนั้น หมายถึงกรุงเทพพระมหานคร
มิใช่ร้านเหล้านามกรุงเทพฯ ที่อยู่ ณ เชียงราย อย่างที่คิด
เพื่อนสาวถามว่าวันเสาร์ว่างมั้ย
อึกอัก อิดออด เล่นตัวอยู่ชั่วสามสิบวินาทีไม่ขาดไม่เกิน
พอได้ยินว่า จะชวนไปเขาใหญ่ ไปเช้าเย็นกลับ
คำตอบที่ได้รับ คือ ไป เป็นคำตอบสุดท้าย ไม่เอาตัวช่วย
...
แล้ววันเสาร์ก็มาถึงแล้วจ้า ...
แม้จะไปเขาใหญ่เป็นรอบที่เท่าไหร่...ไม่แน่ใจ
แต่ว่าสำหรับแม่นางคนนี้ การเดินทางไปต่างจังหวัด
ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ตื่นเต้นตลอด
โชคดีสุดๆ ที่ว่าอดหลับอดนอนมาเป็นสัปดาห์
เลยนอนหลับได้เป็นครั้งแรกในประวัติการณ์
...
ไปถึงจุดหมายตอนเก้าโมงเป๊ะๆๆ บวกลบสามนาที
(จุดหมายนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้นของการเดินทางออกจากกรุงเทพฯ)
หิวข้าว เดินเข้าร้านข้าว แต่แม่ค้าไม่ยอมมารับออเดอร์ซักที ขายดีอะไรอย่างนั้น
จนแล้วจนรอด พี่ที่นัดไว้มารับซะก่อน เลยไม่ได้กินอะไรเสริมพุง
อ้อ...เจอเพื่อนสาวของคุณเพื่อนสาวทักทาย ว่าตัวจริงดูสวย
หลังจากพบว่าในรูปดูสวยเดือด สวยหยิ่ง สวยแรง
แต่ตัวจริงดูสวยลึกล้ำกว่านั้น (เขาไม่ได้บอกหรอก เสริมให้เอง)
...
รถเคลื่อนที่ออกจากกรุงเทพฯ แวะปั๊มเจ็ท
มัวแต่เก็บตัวอยู่ในบ้านป่าเมืองเถื่อน เพิ่งรู้ว่าเจ็ทโดนสัมปทานไปแล้ว
กินข้าวที่ A&W ไปจานน้อยๆ ไม่สมฐานะของคนเลี้ยงเลย 555

อารมณ์ประมาณดาราฮอลลีวูดไปเดินเล่นชิลๆ แล้วปาปารัสซี่แอบถ่าย
คิดเอาเองไม่มีใครเห็นด้วยหรอก
เป็นคนมีความคิดเป็นของตัวเอง มั่นใจสูงพอๆ กับส่วนสูง
...

ฟ้าสวยได้ใจมาก...

แขกบ้านแขกเมือง...ผู้ชักชวนไปหรรษาที่เขาใหญ่

ความฝันที่ยังไม่เป็นจริง ... อยากนอนเตียงสองชั้น
(แม้ว่าบางทีจะอยากนอนเตียงชั้นเดียวแล้วมีคนข้างๆ มากกว่า โฮะๆๆ
ย้ำว่า "คน" ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมต่างมิติ)

ชอบนุกนิกรูปนี้
ที่จริงชอบผู้หญิงทุกคนที่ถ่ายภาพแนวนี้ หันหน้ามายิ้มหวานแบบไม่ตั้งใจ
พยายามจะทำให้ดูน่ารักแบบนี้มั่ง ไม่เคยได้ซักที

ไปเก็บแชร์ในป่า ฮ่าๆๆ
ถึงเขาใหญ่ ช่วยเพื่อนสาวทำงานนิดนึง นิดเดียวจริงๆ
นอกนั้นเล่น วิ่งเล่น ถ่ายรูปเล่น เรื่อยเปื่อย อย่างที่เห็นๆ กัน
...

นกแก็ก...มีคนเอามาปล่อย น่าสงสาร
แววตาง่าวๆ ไร้หนทางไป ดูวิงวอนขอความกรุณาปราณี
เกลียดนักพวกคนที่รักอะไรไม่จริง ทิ้งๆ ขว้างๆ
พอสนิทกันแล้วก็เลยเรียกว่า แก๊ก เฉยๆ
พาออกมาเป็นแบบถ่ายรูป (ยังระบุไม่ได้ว่าเป็นนายแบบหรือนางแบบ)
เจ้าหน้าที่บอกว่า เขาหาอาหารกินเองไม่เป็น กำลังหัดให้กินลูกไม้จากแหล่งธรรมชาติ
แถมยังเข้ากับฝูงอื่นๆ ไม่ได้อีกด้วย
.....
เพื่อนสาวประชุม และทำงานเสร็จ ก็ได้เวลากลับกรุงเทพฯ
มื้อเที่ยงและบ่ายสามโมงรวมกัน เกิดขึ้น ณ ฟาร์มโชคชัย
สั่งสเต๊กบีฟลอยด์มากินให้สมฐานะ (ของคนจ่ายเงิน)
นุ่มดีแท้ แน่นอนอยู่แล้วเพราะไขมันแทรกเสียปานนั้น
กินไอติมอีก ๒ ลูกโตๆ อิ่มแน่นไปหมด
อึ้งและทึ่งในความสามารถของเพื่อนสาวคนสวยตัวน้อย
เธอกินไอติมก่อนสเต๊กไปแล้ว ๑ โคน ๒ ลูก
ตามด้วยพอร์คชอปอีก ๑ จานใหญ่ๆ
ตบด้วยไอติมอีก ๑ ถ้วยย่อมๆ
ชนะเลิศ...ความสามารถในการกิน
มิอาจวัดได้ด้วยการคาดเดาจากหุ่นทรง ฮ่าๆๆ

เด็กมีปัญหา + ขาดสารอาหาร + เลี้ยงข้าวหน่อย

รอกินสเต๊ก ฟรี***

ดูจากของกินในมือไม่ค่อยจะหิว นั่นไอติมถ้วยที่ ๒ แล้วนะ
.......
ถึงกรุงเทพฯ...ยังคงแนวความเป็นสาวชาวได
ถ่ายรูปในห้องน้ำ ความต่างของแนวตั้งทำให้เหมือนแม่กับลูกเนอะ
(อย่างน้อยก็เป็นคุณแม่ยังสาว น่าจะท้องตอนอายุ ๑๔ )
....


แยกย้าย แวะไปทำธุระต่อที่บ้านริมแม่น้ำ แล้วก็กลับบ้านริมคลอง
ความคิดชั่วร้ายแวบขึ้นมานิดนึง ที่ว่าจะหนีความจริงไม่ยอมไปตามนัดหรรษาคืนนี้
แต่ก็ไม่ได้ทำ เป็นคนดี สวยแล้วยังนิสัยดีด้วย กรั๊กๆๆๆ ใครจะไปทอดทิ้งเพื่อนสาวได้
สามทุ่มแต่งตัวออกจากบ้าน ไปแดนเนรมิต เด็กแว๊นเพียบ
คุณหญิงพี่เจเจมาถึงคนแรก กวาดสายตามองแล้วด่วนสรุปว่า
ดูเหมือนกลุ่มเราจะอายุมากสุดในร้าน
คุณหญิงน้องจึงอภิปรายต่อไปด้วยเหตุและผลว่า
แต่ดูยังไงเราก็สวยที่สุดในร้านนะคะ โฮะๆๆๆ
เรื่องจริงวันยังค่ำ ไหนใครจะเถียง
.



ไอ้หุ่นด้านขวามือนี่มันทำให้เราหุ่นดีน้อยลงจริงๆ



สวยเวอร์ชั่นรักสัตว์
นั่งกันตั้งแปดคนมีคนกินเหล้านับกี่คน....ไม่แน่ใจ
คุณเพื่อนสาว ณ เชียงราย wanna dance มาก
แต่ดาริสาไม่คุ้นเคยสถานที่น่ะ ไม่สามารถออกอาการได้
...
ไม่มีคนเต้น ขัดใจครูนิก ครูนิกขอย้ายไปนั่งชมแสงจันทร์ใต้ท้องช้าง
ย้ายก็ย้าย ตามใจเพื่อนๆ พอออกไปแว้บนึง
เพื่อนสาวก็คันตัว ผื่นขึ้น เป็นลางบอกว่าฝนจะตก
ขอร่มมากันภัย แต่เด็กเสิร์ฟว่า อาจไม่สามารถป้องกันอะไรได้
ใครบางคนบอกว่า ตรงๆ เลยนะ หนูอายเพราะเพิ่งย้ายออกมา
แต่สุดท้ายก็เข้าไปในร้านเหมือนเดิม
เพื่อนสาวคงจะลืมเหตุผลสำคัญไปข้อนึง หน้าตาดีทำอะไรไม่มีผิด
...
แล้วฝนก็ไม่ตก หลังจากหยดมาสองสามแหมะ
เป็นที่มาของคำว่า ฟ้าริษยาโฉมสะคราญ
...
ได้เวลาแยกย้ายกันตอนเที่ยงคืนกว่าๆ
กลับบ้าน หมกตัวอยู่กับกองงานต่อไป รันทดหดหู่แม่เอย
....
ปล. ดีใจ เพื่อนแอนบอกว่าหยกยิ้มผอมลง จากที่เคยเจอกันเดือนก่อน
มันเป็นเรื่องจริงที่มองได้ด้วยตาเปล่า เพราะว่า
"กางเกงขาเดฟตัวเก่าที่ขาดการติดต่อกันไปตั้งแต่เดือนกุมภา
กลับมาแนบแน่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับร่างกายได้แล้ว
ใส่กางเกงขาเดฟตัวเก่งได้แล้ว ยะฮู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เป็นความผอมที่ปรารถนามานานแสนนาน คือไม่ได้ลดลงมากมาย
แต่ที่สำคัญที่สุด เที่ยวนี้หน้าอกไม่ได้ติดตามสะโพกไปด้วย

นี่ๆๆ ใส่กางเกงขาเดฟได้แล้ว หลักฐานยืนยัน วู้ๆๆ
กินข้าวขาหมูเฉลิมฉลองดีกว่า
หยกยิ้ม + ดาริสา
ปล. ต่อไปจะไม่ถ่ายรูปโดยใช้ความละเอียด ๗ ล้านพิกเซลอีกแล้ว
สามวันสามคืน เพิ่งจะโหลดรูปเสร็จ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด
เฮือกกก |