สั่งไรท์ซีดีไดอารี่ทั้งสองชื่อไปแล้ว
ทั้ง Heroine อันเสมือน home บ้านเก่าอันอบอุ่น
และ My question อันเสมือน house
บ้านพักใจอีกหลังที่ระยะหลังชักจะอยู่นาน
ชั่วขณะที่เปิดแผ่นซีดี เพื่อเช็คความถูกต้องเรียบร้อย
เผลอใจอ่านอดีตของตัวเอง ยิ้มๆ หัวเราะๆ
แล้วก็จนได้ สุดท้ายที่น้ำตาร่วง
...
ก็ยังเป็นฉันคนเดิมอยู่นั่นเอง
...
บางเรื่องก็ดีเหมือนกัน
อ่านบทกวีที่เขียนช่วงพี้ความรัก แล้วก็เออนะ
เออ เอ็งเก่งว่ะ
เศร้าแล้วยังประดิดประดอยถ้อยคำได้ปานนั้น
นังกวี (ที่เลิกแล้วซึ่งความเป็นขี้เมา)
...
มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตส่วนตัวใช้ที่บ้านแล้ว
คาดว่าจะกลับคืนสู่วงการไดอารี่คลับ
ไม่ว่าจะมีใครเรียกร้องหรือเปล่าก็จะกลับมา
แต่ทว่า
คล้ายกับจะแปลกๆ ไป ไม่คุ้นมือเหมือนเก่า
เวลาจะพิมพ์อะไรที สำนวนไม่สม่ำเสมอ
แต่อีกไม่นานหรอก...
...
จู่ๆ คิดถึงคนในไดคลับที่หายไป
สมัยเข้ามาใหม่ๆ บางคนยังอยู่ทนอยู่นาน
อย่างเช่นนังจอย ที่เป็นเม้นท์แรกของไดอารี่นี้
กลายเป็นเพื่อนสนิทกันไปแล้ว
ไม่รู้โดนมันเอาน้ำมันพรายแตะตั้งแต่เมื่อไหร่
- - -
อาร์ แม่ญิ๋งเมืองพะเยา กับลูกสาวละอ่อนน้อยใบบัว
เราได้ปฏิบัติการสลิดเข้าไปทักทาย คุยกันตามประสา
อ้างว่าจะไปหา ไปเยี่ยมหลานที่เชียงใหม่
เค้าย้ายกลับไปอยู่พะเยาก็ยังตามไปพะเยา
(จริงๆ คือประหยัดค่าที่พัก ฮ่าๆๆๆ แถมได้ไกด์ท้องถิ่น)
ตั้งกะเด็กหญิงตัวนิดตัวน้อย จนเธอวิ่งได้ลิ่วๆๆ แล้ว
ไวจัง
...
แก็งค์เก่าไดอารี่ของเรา จะไม่พูดถึงได้จะได
นุช, เจ, แอน, ฟ่าง, น้อง, ดีน
ฮิ้ววววว แก็งค์นี้ยังอยู่ครบแฮะ
แม้ว่าแม่คนแรกเธอจะไม่อัพไดมาเป็นปีแล้ว
ส่วนคนหลังกำลังจะไปมีชีวิตที่ดี ด้วยการมีสามี ฮ่าๆๆๆ
...
บางคนก็หายไป ด้วยภาระและหน้าที่
...
คิดว่าบางคน เปลี่ยนสถานะจากผู้เขียน
เป็นผู้เข้ามาอ่านเงียบๆ ก็น่าจะมีหลายคนอยู่
...
มิตรภาพใหม่ๆ ก็ยังมีมาเรื่อยๆ
...
จบโหมดคร่ำครวญถึงเพื่อนชาวไดก่อน
...
บ่นบ้างดีกว่า
ว่าด้วยถนนซอยส่วนตัวของเราพังพินาศ
ด้วยว่ามีคนเมาขับรถเข้ามาแล้วขับลงคูน้ำไปเฉย
แล้วก็เรียกรถมาลากในวันฝนตก ทำเอาถนนพังไปหมด
ไม่ซ่อมให้ด้วย บอกว่าจะเอาหินคลุกมาลงให้
ก็หายหัวไป...
ก็ไม่ว่ากัน คนอย่างชั้นไม่เอาเรือใบไปดักล้อรถใครอยู่แล้ว
ตัดสายเบรก เจาะถังน้ำมันเท่านั้นที่คิดไว้ในหัว
ฉันไม่เคยคิดจะสร้างความเจ็บปวดให้กับใครที่ทำให้เราเจ็บและเดือดร้อน
ความตายไปเลยดีกว่ามั้ย Born to the hill.
รถแท็กซี่ก็เลยไม่ค่อยยอมเข้ามาในบ้านเรา
สภาพยังกับแข่งออฟโรดซะขนาดนั้น
แล้วฉันก็ต้องพาป้าไปโรงพยาบาลทุกสัปดาห์ด้วยสิ
แม่เอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
เจอแท็กซี่คันนึงยอมเข้ามารับป้าถึงในซอยบ้าน
นึกไประหว่างทางว่าจะให้ทิปสักหน่อย
แต่ทว่า...ขับๆ ไปรถติดไฟแดง พี่กางหนังสือพิมพ์มาอ่าน
ไฟเขียว พี่ขับต่อ และทำท่าเหมือนจะอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ
ต้องหันไปมองหน้าด้วยแววตาเป็นเครื่องหมาย ???
ถ้าไม่ติดว่าป้าฉันเดินไม่ได้ ลุกไม่ไหวล่ะก็ เปลี่ยนคันแน่ๆ
ยังไม่สาแก่ใจ หลังจากพับหนังสือพิมพ์เก็บไปแล้ว
ขับๆ อยู่พี่แกคงคิดว่าตัวเองเป็นตัวประกอบเรื่อง Speed
(อย่างแกไม่มีทางได้เป็นคีนู รีฟ หรอก)
ความเร็ว ๙๐ กม. บนถนนรัตนาธิเบศร์
พี่ท่านเปิดประตูรถแล้วปิดใหม่ แบบจู่ๆ นึกได้ว่าประตูไม่สนิท
ทำเท่...เหรอ
แหม...รู้ไหมว่าฉันก็เพิ่งไปดู Wanted มา
และก็นึกว่าตัวเองเป็นแองเจลิน่า โจลี่ เหมือนกัน (ฉันน่ะนางเอก ฮ่าๆๆ)
(ใกล้จะเหมือนเปี๊ยบเลยนะ ยกเว้นตรงที่ฉันแก้มป่อง และนมเล็กเท่านั้นเอง)
ณ ช่วงที่พี่เปิดประตูรถแล้วขับรถไปด้วย
หนูล่ะอยากถีบพี่ออกนอกประตูแล้วปีนข้ามเบาะไปขับเองมากๆ
...
ลืมของไว้ในรถแท็กซี่ล่ะ
ลิปตัน ไอซ์ที ๑ กระป๋อง กระดาษทิชชู่คิตตี้ ๑ ห่อ
ถ้วยโยเกิร์ตที่กินหมดแล้ว ๑ ชิ้น
จะโทรแจ้ง จส.๑๐๐ ช่วยประสานงานดีไหม
อยากจะเอาขยะมาทิ้งลงถังให้เรียบร้อย ไม่อยากรบกวนพี่แท็กซี่เอาไปทิ้งให้
...
ฝนตก
ฉันอยากจะเฝ้ามอง
เธออยู่อย่างนี้
เจ้าหยดน้ำสีเงินสกาว
เจ้าเอย
ฉันเอง